จัดระเบียบชีวิต
ตลอดช่วงเวลาที่ปิดเทอมเพียงไม่กี่วันนั้นเราสองคนแทบจะไม่ห่างกันเลย เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เราไม่ต้องศึกษากันและกันแล้ว เพราะเรารู้จักและสนิทกันมา 6-7 เดือนแล้ว ต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันดี แต่ก่อนนี้ที่เรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน ถึงแม้จะสนิทกันขนาดไหน แต่พฤติกรรมบางเราก็ไม่สามารถเปิดเผยให้อีกฝ่ายรู้ได้ แต่ตอนนี้เราเปิดเผยมันได้เต็มที่
ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างของเค้า ผมรู้สึกแปลกใจมาก คือไม่นึกว่าเค้าจะเป็นคนแบบนี้ คือเหมือนกับว่าผมได้อยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง เค้าจะอ่อนหวาน ยิ้มเก่ง ร่าเริง แจ่มใส น่ารัก เอาใจเก่ง ชอบร้องเพลงให้ผมฟัง ซื้อข้าว ซื้อขนมมาให้ แต่บางครั้งก็งอนแสนงอน ซึ่งมันยิ่งทำให้ผมหลงรักเค้ามากขึ้นไปอีก
แต่บางอย่างก็ทำให้ผมอึดอัดใจในตอนแรกๆเป็นอย่างมากคือ ด้วยความที่เค้าเป็นคนที่เรียนเก่ง หน้าตาดี มาจากพื้นฐานครอบครัวที่ฐานะดี มันก็เลยทำให้เค้าเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีความเป็นผู้นำสูงมาก คือถ้ามองภายนอกนี่เรียกได้ว่าเค้า perfect หมดทุกอย่าง คือ หล่อ เรียนเก่ง รวย เค้าก็เลยกลายเป็นผู้นำผมไปโดยปริยาย
เค้าจะเป็นคนตัดสินใจเองทุกอย่าง ครอบงำความคิดของผมหมดทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องอาหารการกิน ตอนที่เป็นแฟนกันใหม่ๆ เวลาไปกินข้าวด้วยกัน เค้าจะจัดการเลือกให้ผมเอง โดยที่บางทีไม่ถามเลยว่าผมอยากจะกินอะไร
ตอนแรกผมเองก็ยอมรับว่ารับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้เหมือนกัน เพราะนิสัยผมจะมีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ผมจะไม่ค่อยยอมใครอยู่แล้ว พอผมไม่ยอมทำตามรู้สึกว่าเค้าจะโกรธและงอนผมมาก พอมาตอนหลังๆ ผมคิดได้ว่า มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็เรารักเค้านี่ อยากให้เค้ามีความสุขเวลาที่อยู่ด้วยกัน ผมก็เลยยอมเค้าทุกอย่างและไม่เอาเรื่องนี้มาคิดมากอีก
มันดูเหมือนว่าผมจะต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป จริงๆแล้วผมก็มีบางส่วนที่ต้องเสียไปเหมือนกัน แต่พอมาพักหลังรู้สึกว่าเค้าจะเริ่มคิดได้ และเริ่มปรับตัวให้ผมได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจบ้าง (แต่ก็ยังเหมือนเป็นแม่คนที่สองของผมอยู่ดี ซึ่งบางเรื่องแม่ผมยังไม่บังคับขนาดนี้เลย)
แต่การที่เค้าชอบบังคับผม บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีเอามากๆ อย่างเช่นเรื่องเรียน เค้าเคยบอกว่าถ้าผมไม่ยอมอ่านหนังสือทุกคืน เค้าจะไม่ยอมให้ยุ่งด้วย (เอ๊ะ...อย่างนี้ก็ยุ่งละซิครับ

) ผมก็เลยต้องไปอ่านหนังสือกับเค้าทุกคืน ถ้าคืนนั้นไม่มีงานอย่างอื่นที่ผมหรือเค้าต้องทำกับเพื่อนๆ เราจะออกมานั่งอ่านหนังสือกันที่โรงอาหาร (ถ้าอ่านอยู่ที่หอ คงไม่เป็นอันได้อ่านหนังสือกันละครับ ส่วนใหญ่จะนอนกอดเล่นกันมากกว่า)
ประมาณตี 1 ก็แยกกันกลับไปนอนที่หอของตัวเอง เราไม่ได้นอนด้วยกันเพราะกลัวเพื่อนที่อยู่ด้วยกันจะสงสัย จริงๆแล้วตอนกลางวันเราก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่าไหร่นักเพราะแต่ละคนก็จะอยู่กับเพื่อนๆมากกว่า อีกอย่างก็ต้องหลบๆซ่อนๆ เวลาที่ไปไหนด้วยกัน เพราะกลัวเพื่อนๆจะสงสัย ถึงแม้ว่าเราสองคนจะไม่ได้แสดงออกอะไรเลยก็ตาม (จริงๆแล้วผมรู้สึกภูมิใจมากที่เค้าไม่ออกสาวเลย เพราะผมไม่ชอบเอามากๆ) เค้าก็รู้จักและสนิทกับเพื่อนๆของผมทุกคน เพราะด้วยความที่เรียนทางคอมพิวเตอร์เหมือนกันเลยคุยกันรู้เรื่อง แล้วก็ชอบไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ
พอเราเป็นแฟนกัน เราทั้งคู่ก็ต้องมีภาระที่ต้องรับผิดเพิ่มขึ้นจากเรื่องเรียนแล้ว คือภาระความรับผิดชอบในฐานะแฟนของกันและกัน ซึ่งยอมรับว่ามันหนักหนาสาหัสมากในการที่จะทำให้มันมีความสุข และประคับประคองมันให้อยู่ได้ ในช่วงแรกๆที่เราเป็นแฟนกัน
ความรู้สึกตอนที่ผมหลงรักเค้ามา 6-7 เดือนกับความรู้สึกหลังจากที่ได้เป็นแฟนกันจริงๆมันไม่เหมือนกัน คือหลังจากเป็นแฟนกันแล้ว มันมีความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบกันและกันเข้ามาแทนที่ มันรู้สึกรักมากขึ้น รู้สึกผูกพันกันมากขึ้น เค้ากลายเป็นเพื่อนเที่ยว เพื่อนแท้ เพื่อนรักและที่รัก แถมยังเป็นเหมือนแม่คนที่สองของผมด้วย
ส่วนเรื่อง sex โชคดีที่เราบ้า sex ด้วยกันทั้งคู่ คือมีความต้องการมากเหมือนกัน แล้วชอบทำในสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ ชอบหาวิธีใหม่ๆเก๋ๆมาเล่นกัน เลยไม่มีปัญหา เราเข้ากันได้ดีมากในเรื่องเรื่องนี้ เรียกได้ว่านอนใกล้กันไม่ได้เลย ต้องทุกทีซิน่า
เค้าทำให้ชีวิตผมมีระบบมีระเบียบขึ้นมาก จากแต่ก่อนเคยชอบเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนบ่อยมาก ชอบกินเหล้า เล่นไพ่ที่หอ ไม่ค่อยอ่านหนังสือ พอได้เค้ามาเป็นแฟนผมเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งหมดเลิกเที่ยวกลางคืน จะไปเที่ยวได้ก็ต่อเมื่อเค้าไปด้วยส่วนใหญ่จะเป็นร้านคาราโอเกะแถวๆมหาวิทยาลัย เพราะเค้าชอบร้องเพลงมาก
แฟนผมมีวิธีการแบ่งเวลาเรียนกับเที่ยวได้เป็นอย่างดีแล้วก็มาบังคับผมให้ทำตาม คืออ่านหนังสือทุกคืน วันจันทร์จนถึงคืนวันพฤหัส ส่วนคืนวันศุกร์ กลางวันของวันเสาร์และคืนวันเสาร์ เป็นเวลาของการพักผ่อน ไปร้านคาราโอเกะ ดูหนัง หรือออกไปเที่ยวในเมือง หรือนอนอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนกลางวันของวันอาทิตย์ และคืนวันอาทิตย์ก็อ่านหนังสือทำงานเตรียมตัวเรียนในอาทิตย์ต่อไป มันได้ผลดีมากรู้สึกว่าเราแบ่งใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่ามาก ผมอยากให้น้องๆที่ยังเรียนหนังสืออยู่ลองเอาวิธีของแฟนผมไปลองดูนะครับ
ถึงเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราก็เจอกันเกือบทุกวันหลังเลิกเรียนตอนเย็นๆ ส่วนใหญ่ผมจะไปหาเค้าที่ห้องมากกว่าที่เค้าจะมาที่ห้องผมเพราะผมเช่าห้องอยู่กับเพื่อนอีกคนเลยไม่ค่อยสะดวก ส่วนใหญ่เราก็จะมีอะไรกันตอนกลางวันช่วงเย็นๆนี่ละครับ ผมยอมรับว่าหลงเค้ามาก ผมไม่อยากที่จะเสียเค้าไป ผมเลยทำทุกอย่างที่เค้าชอบ ผมแทบจะไม่เคยขัดใจเค้าเลย รวมทั้งเรื่อง sex ด้วย ผมปรนเปรอทำทุกอย่างที่เค้าชอบ เค้าก็ทำให้ผมทุกอย่างในสิ่งผมชอบเหมือนกัน เรื่อง sex นี่เราสองคนไปด้วยกันได้ดีมาก คือมีความต้องการเรื่องนี้มากพอๆกัน
ซึ่งสำหรับผมอย่างที่บอกแล้วว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่เพียงแค่ได้นอนกอดได้จูบเค้าทั้งตัวนี่ผมก็สุขอย่างล้นเหลือแล้ว ผมว่าถ้าใครที่มีแฟนแล้วควรจะรู้นะครับว่าแฟนเราเค้าชอบให้เราทำอะไรและไม่ชอบอะไร เพื่อที่ว่าจะได้ตอบสนองความต้องการของกันและกันได้อย่างมีความสุขกันทั้งสองคน ผมกับเค้าจะเปิดอกคุยกันเรื่องนี้เลย ถามเลยว่าชอบให้ทำอะไร และไม่ชอบอะไร
ถ้าเป็นวันศุกร์หรือวันเสาร์เพื่อนที่อยู่ด้วยกันมักจะไม่ค่อยอยู่ห้อง ถ้าไม่มีงานอะไรที่จะต้องไปทำกับเพื่อนที่อื่น ผมก็ไปนอนที่ห้องเค้าเลย คืนวันศุกร์ กลางวันของวันเสาร์ คืนวันเสาร์ถ้าไม่มีงานที่เร่งมากๆหรือไม่ใช่ช่วงสอบ มันจะเป็นวันที่มีความสุขของเราทั้งสองคนมาก เราจะอยู่ด้วยกันตลอด เราชอบซื้อขนมหรือผลไม้เอามาป้อนกันในห้อง คือใช้ปากป้อนให้กัน
แล้วเราชอบอาบน้ำด้วยกันเพราะมันรู้สึกผูกพันดี ผมชอบถูสบู่ให้เค้ามาก เพราะตัวของเค้าขาวสะอาดไปทุกส่วนซึ่งผมชอบมาก (ก็แน่นอนละครับ เพราะตัวผมดำ ก็เลยชอบอะไรที่ตรงกันข้าม แล้วผมก็เป็นโรคแพ้ผู้ชายผิวขาวด้วย) ขาวใสจนเห็นเส้นเลือด ผมจะมีความสุขมากเวลาที่ได้ถู ได้ลูบ ได้จับไปทั่วตัวเค้า มันมีความสุขมากครับ อืมมมมม
เสร็จแล้วเราก็มานอนอ่านหนังสือ นอนดูโทรทัศน์ซึ่งเราก็ชอบดูอะไรที่มันเหมือนๆกัน ที่หอเค้าติด UBC แต่ที่หอผมไม่มี เราชอบดู Discovery Channel กับ Channel [V] กันมาก หรือไม่ก็เช่าแผ่นหนังมาดู เราก็ชอบดูหนังประเภทหนังผี หนังแนววิทยาศาสตร์ อวกาศ หรือไม่ก็หนังรักโรแมนติก หนังที่เราสองคนชอบที่สุดเหมือนกันก็เรื่อง While you were sleeping ที่ Sandra Bullock เล่น ผมน่ะชอบมานานแล้ว ครั้งแรกๆที่เพิ่งเจอกันเค้าบอกว่าเค้าก็ชอบหนังเรื่องนี้มากที่สุดเหมือนกัน ผมรู้สึกประหลาดใจมากที่รู้ว่าเราชอบอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนกันตอนนั้นก็เริ่มแอบชอบเค้านิดๆแล้ว
คุณอาจจะคิดว่ามันออกจะเกินไปหน่อยสำหรับผู้ชายกับผู้ชายด้วยกัน แต่มันเป็นเรื่องที่ผมกับเค้าทำกันจริงๆครับ คือเรารักกันมาก ทุกวันนี้ถ้าเรามีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังเราก็ยังทำยังงี้กันอยู่ครับ ผมเคยคิดว่าเราอาจจะรักกันมากกว่าคู่คนปกติที่เป็นชายจริงหญิงแท้รักกันเสียอีก ซึ่งข้างๆห้องแฟนที่แฟนผมอยู่ก็มีคู่ชายจริงหญิงแท้อยู่อีก 1 คู่ (นี่แหละครับ ชีวิตเด็กหอ) คู่นี้เค้าทะเลาะกันบ่อยมาก ถึงขนาดผู้หญิงวิ่งร้องไห้ ผู้ชายเอาข้าวของขว้างออกมานอกห้อง ด่ากันรุนแรงมาก ผมกับเค้าก็มีทะเลาะงอนกันบ้างแต่ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร
แต่ชีวิตคู่(คู่ที่ผิดธรรมชาติและแปลกประหลาด)ใ นวัยเรียนของเราก็ไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง บางทีเราก็งอนกันทะเลาะกันก็ด้วยเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นเรื่องเท่าไหร่ จริงๆแล้วแฟนผมเค้าเป็นคนที่อารมณ์ไม่ค่อยจะคงที่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ซึ่งตอนแรกที่เป็นแฟนกันนี่บอกตรงๆว่าผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน คือต้องคอยง้อ คอยเอาใจเค้าทุกอย่าง เค้าเป็นคนที่ขี้งอนมากและค่อนข้างจะเอาแต่ใจตัวเองด้วยในบางครั้งตามประสาลูกคนสุดท้องของครอบครัว
ตอนที่เป็นแฟนกันใหม่ๆมันสร้างปัญหาให้ผมมาก แต่พอนานเข้าผมเริ่มปรับตัวได้ก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้วอีกอย่างที่สำคัญคือผมรักเค้าออกขนาดนี้ข้อเสียเพียงแค่นี้มันเล็กน้อยเหลือเกิน ไม่ว่าเค้าจะแรงมาแบบไหน ผมก็ทำเฉยๆไม่เถียงไม่ไปชวนทะเลาะ เดี๋ยวพอเค้าอารมณ์ดีขึ้นเค้าก็มาง้อ มาขอโทษผมเอง แต่เวลาที่เค้าอารมณ์ดีนี่ เค้าน่ารักมาก เอาใจผมสารพัด ซึ่งนี่แหละที่ทำให้ผมหลงรักเค้ามากขึ้นๆทุกวัน
แต่เรื่องที่ผมหรือเค้าจะนอกใจหรือไปมีคนใหม่นี่ไม่มีเลย คือตอนวันแรกที่เราตกลงว่าจะเป็นแฟนกัน เราสัญญากันว่าเราจะถนอมรักษาความรักของเราให้ดีที่สุด เราจะไม่นอกใจกัน เราจะเปิดเผยและซื่อสัตย์ต่อกัน เราจะให้อภัยกัน เราจะเอาใจใส่ดูแลกันและกันให้มากที่สุด
ซึ่งตัวผมเองนั้นจากแต่ก่อนที่เป็นคนนิสัยเจ้าชู้คือเห็นคนหน้าตาดี น่ารักก็แอบชอบเค้าไปทั่ว ซึ่งถ้าหากสามารถจีบผู้ชายด้วยกันได้โดยเปิดเผยนี่ผมคงจะจีบกระหน่ำไปทั่วแน่นอน พอผมได้เค้าเป็นแฟนนี้ มันเปลี่ยนไปเลย ถ้าเจอคนหล่อๆขาวๆ ตี๋ๆ น่ารักๆก็จะแค่มองแต่ไม่ได้คิดอะไรแล้วก็บอกกับตัวเองว่า " เรามีแฟนแล้วนะ แล้วแฟนเราก็หล่อน่ารักกว่าเจ้าคนนี้อีก "
ส่วนเค้านี่ผมไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ผมเชื่อใจเค้าไม่รู้ว่าเป็นยังไงเหมือนกันรู้แต่ว่าเชื่อใจเค้า และผมไม่หึงหวงอะไรเค้าด้วยคือสุดแสนที่จะรักเค้ามากแต่ไม่หึง เคยมีผู้หญิงเรียนคณะสัตวแพทย์ที่อยู่หอเดียวกันมาแอบชอบเค้า ชอบทำทีมาเป็นขอยืมจักรยานของเค้าไปปั่นออกกำลังตอนเย็นๆ พอขากลับก็ซื้อน้ำเต้าหู้มาฝากแฟนผมเกือบจะทุกวัน ผมดูออกมายายนี้มาแอบชอบแฟนผม เธอคงดูไม่ออกเลยนะว่าแฟนผมน่ะเป็นสาวแล้วก็มีแฟนก็คือผมแล้ว แม้กระทั้งเวลาที่ไปไหนมาไหนด้วยกันก็มักจะมีพวกผู้หญิงหรือผู้ชายที่เป็นเกย์แอบมองเค้าบ่อยๆ
เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไปนั่งอ่านหนังสือที่โรงอาหารตอนกลางคืน ก็มีคนเอาจดหมายมาส่งให้แฟนผม เนื้อความบรรยายว่าแอบชอบแฟนผมมานานแล้ว อยากรู้จักพี่จังเลย พี่หล่อน่ารัก และเท่ห์มาก ปรากฏว่าเป็นกลุ่มกระเทยปี 2 คณะมนุษย์ผมเห็นว่ามานั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆกันมานานแล้ว แต่ไม่ได้สังเกตว่าพวกหล่อนเป็นกระเทยกันทั้งกลุ่ม แล้วก็แอบมองแฟนผมอยู่มานานแล้ว แล้วพวกหล่อนก็คงดูไม่ออกว่าเค้าน่ะมานั่งอ่านหนังสืออยู่กับแฟนก็คือผม ทำไงได้ ก็เราดันโชคดีมีแฟนหล่อน่ารัก คือเค้าเป็นแบบที่เกย์ส่วนใหญ่ชอบกัน
แต่สำหรับเค้านี้ที่สุดเลยครับ นิสัยผู้หญิ๊งผู้หญิง โครตหึงผมแบบสุดๆ อย่างถ้าไปเผลอชมคนอื่นว่าน่ารักให้เค้าได้ยินหรือว่าเวลาไปไหนด้วยกันแล้วผมไปมองคนอื่นให้เค้าเห็นนี่ เลิกคุยกันกันเลยไม่ว่าจะทำอะไรกันอยู่เค้าจะงอนไม่พูดด้วยไม่ให้ถูกตัวทันที เค้าเป็นคนละเอียดอ่อนอารมณ์อ่อนไหวผมเลยไม่ขัดใจเค้า เป็นอย่างไรมาผมรับได้หมด ยอมให้ทุกอย่าง เช่นถ้าเวลาที่ผมไปหาเค้าที่ห้องแล้วแบบทำเฉยๆไม่เข้าไปกอด ไม่เข้าไปหอมแก้ม เค้าก็จะเริ่มงอนทันที
ช่วงเวลาเกือบ 2 ปี ที่เราเป็นแฟนกันตอนที่เรียนในมหาวิทยาลัย มันมีทั้งสุข ทั้งทุกข์ แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี โดยที่ไม่มีใครสงสัยในพฤติกรรมของเราสองคนเลย เพราะเราจะระวังตัวในเรื่องนี้มาก จะไม่งอนกันหรือแสดงอาการใดๆต่อหน้าเพื่อนคนอื่นเด็ดขาด ซึ่งมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี มีบางช่วงที่ไม่ได้เจอกันบ้าง บางช่วงก็ต้องแยกกัน จนเราสองคนเรียนจบในที่สุด