0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
ผมหมออ้อดครับ เป็นทันตแพทย์ทำงานเอกชนครับยินดีที่จะช่วยตอบปัญหาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่มีปัญหาเกี่ยวกัยสุขภาพภายในช่องปากหากใครมีข้อสงสัยอะไรก็เชิญถามได้นะครับยินดีตอบเสมอครับ
พี่หมอจายดีจังเยยนะก๊าบ บู้จาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันน้า
Quote from: boo! on April 15, 2008, 12:14:56 PMพี่หมอจายดีจังเยยนะก๊าบ บู้จาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันน้าดีครับจะได้ไม่ต้องเสียตังค์ไปรักษาฟันเยอะๆครับ(ตอบแบบไม่อยากได้ตังค์เลยอิอิ)
Quote from: onlinedent on April 15, 2008, 12:30:32 PMQuote from: boo! on April 15, 2008, 12:14:56 PMพี่หมอจายดีจังเยยนะก๊าบ บู้จาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันน้าดีครับจะได้ไม่ต้องเสียตังค์ไปรักษาฟันเยอะๆครับ(ตอบแบบไม่อยากได้ตังค์เลยอิอิ)ตอบเร็วจังเยย ไม่ออกไปเล่นน้ำไหนเหรอก๊าบ
ใจริงแล้วอยากจะบอกว่าในส่วนของน้ำยาบ้วนปากนั้นไม่ค่อยมีความจำเป็นมากในการทำความสะอาดในช่องปากเท่ากับการแปรงฟันหรอกครับ เพราะว่าเราไม่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์หรือขี้ฟันที่เกิดขึ้นและเกาะติดกับตัวฟันด้วยการบ้วนปากหรอกครับวิธีที่ดีที่สุดคือการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันครับ ส่วนน้ำยาบ้วนปากเป็นสิ่งเสริมความรู้สึกของเราเท่านั้นครับ แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ใช้นะครับ เพราะว่ายังมีน้ำยาบ้วนปากบางจะพวกที่มีสารฆ่าเชื้อและป้องกันการก่อตัวของคราบจุลินทรีย์ไม่ใช้เกาะติดกับฟันได้ น้ำยาบ้วนปากพวกนี้มีชื่อเรียกว่า Clohexidine Mouth Wash ครับแต่รสชาดแย่มาครับ ให้ใช้เช้าเย็นครับ อมไว้นานประมาณ 1 นาทีครับแล้วค่อยบ้วนทิ้ง ส่วนในกรณีที่คุณมาคัส ถามว่าทำไมอนน้ำยาบ้วนปากไปสักพักแล้วรู้สึกแสบในช่องปาก ขอตอบว่าเป็นเพราะในน้ำยาบ้วนปากที่มีขายส่วนใหญ่มักจะมีแอลกอฮอร์เป็นส่วนผสมสำหรับการฆ่าเชื้อโรคในช่องปากครับ จึงทำให้แสบได้ ซึ่งไม่ค่อยดีหรอกครับ(อันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากครับ) แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์จะดีกว่า (จริงๆแล้วไม่ต้องใช้หรอกครับเปลืองเงินครับ) ในกรณีที่อยากใช้แต่ไม่มีเงินซื้อ แนะนำว่าให้ใช้เกลือประมาณ 1/2 ช้อนชาผสมน้ำหนึ่งแก้ว (ประมาณ 200 cc.) ใช้อมบ้วนปากก็ได้ครับ แต่ทีสำคัญการแปรงฟันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ
ตอบน้องลิงน้อยนะครับ การจัดฟันเป็นการเรียงฟันที่มีอยู่ในช่องปากให้ชิดสนิทเป็นระเบียบ เพื่อแก้ไขการซ้อนเกหรือฟันห่าง ก่อนที่คนไข้จะรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน คนไข้จะต้องทำการรักษาเรื่องของโรคเหงือก(ขูดหินปูน) อุดฟันที่ผุ และในบางครั้งอาจจะต้องผ่าฟันคุดในเรียบร้อยก่อนครับ หลังจากเตรียมสภาพในช่องปากแล้วก็จะทำการ X-rays ฟันทั้งปาก และรูปกระโหลกและขากรรไกรด้านข้าง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาของคนไข้ รวมทั้งพิมพ์ปากเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ร่วมด้วย ส่วนที่น้องลิงน้อยถามว่าต้องถอนฟันหรือป่าวนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ในแต่ละคนครับ และก็เทคนิกการรักษาของทันตแพทย์ด้วยครับ ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะจัดฟันต้องถอนฟันเสมอครับ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ถามได้นะครับ
เดี๋ยวว่างๆหน่อยนะครับแล้วจะจัดให้ครับ
คุณหมออ๊อดมีบทความดีๆ ก็เอามาให้อ่านกันบ้างนะครับ ผมว่าคนไทยยังเข้าใจเรื่องปัญหาปากและฟันยังไม่ดีพอ ผมก็อีกคนอุดหมดทั้งปากละครับ ยังไม่หยุดผุอีก แปรงฟันก็แปรง ขัดฟันก็ขัด ไหงมันก็ยังผุ ผุไม่ผุเปล่ามันตามมาด้วยกลิ่นปากนะสิครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่านะครับ ถ้ายังไงคุณหมอว่างๆ ตอบก็ได้นะครับโชคดีปีใหม่ครับผม รวยๆ นะครับ
Quote from: SAAT on April 16, 2008, 01:50:29 AM คุณหมออ๊อดมีบทความดีๆ ก็เอามาให้อ่านกันบ้างนะครับ ผมว่าคนไทยยังเข้าใจเรื่องปัญหาปากและฟันยังไม่ดีพอ ผมก็อีกคนอุดหมดทั้งปากละครับ ยังไม่หยุดผุอีก แปรงฟันก็แปรง ขัดฟันก็ขัด ไหงมันก็ยังผุ ผุไม่ผุเปล่ามันตามมาด้วยกลิ่นปากนะสิครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่านะครับ ถ้ายังไงคุณหมอว่างๆ ตอบก็ได้นะครับโชคดีปีใหม่ครับผม รวยๆ นะครับมาตอบข้อสงสัยครับ เรื่องกลิ่นปากนะครับ กลิ่นปากก็คือกลิ่นของ ไฮโดรเจนซัลไฟด์(หรือก๊าซไข่เน่านั่นเองครับ) เกิดจากการที่แบคทีเรียหรือเชื้อโรคในช่องปากทำการย่อยเศษอาหารที่อยู่ในช่องปากแล้วปล่อยของเสียออกมาเป็นก๊าซไข่เน่าเลยทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ในช่องปากครับ จริงๆแล้วกลิ่นปากเกิดจากหลายสาเหตุครับ เก้าสิบกว่าเปอร็เซ็นต์เกิดจากสาเหตุในช่องปากครับ อันได้แก่ โรคเหงือกอักเสบ ฟันผุที่ลึกมากๆ(ส่วนใหญ่จะผุทะลุโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟันด้วยครับ) และเหงือกอักเสบรอบฟันคุดครับ ส่วนสาเหตุอื่นก็ได้แก่หวัด โพรงอากาศในช่องจมูกอักเสบ(sinusitis) ทอนซิลอักเสบ โรคกระเพาะ ท้องอืด เป็นต้นครับ สาเหตุในช่องปากนั้นจะว่ากันจริงๆก็คือเชื้อโรคที่เกาะตามฟันและที่ฝังตัวอยู่ในลิ้นด้วยครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขอันดับแรกๆก็คือการแปรงฟันและแปรงลิ้นด้วยครับ แต่ถ้ามีเหงือกอักเสบเยอะและมีหินปูนด้วย ก็ต้องมาให้ทันตแพทย์ขูดหินปูนให้ครับส่วนในกรณีที่ฟันผุ ก็ต้องอุดให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่ฝังตัวของเชื้อโรคครับ หรือถ้ามีฟันคุดก็ควรจะเอาออกให้เรียบร้อย เท่านี้กลิ่นอันไม่พีงประสงค์ก็จะหมดไปจากช่องปากของเราแล้วครับส่วนสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่จากช่องปากก็ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไปครับ
พี่หมออ้อดครับ ถ้ารู้ตัวว่าเป็นฟันคุดเนี่ย ต้องรีบไปถอนด่วนเลยรึเปล่าครับมันเจ็บๆอ่ะ