Mobile Connex

QR code

* Search




Recent Posts



Topic: เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนไหนมีปัญหาภายในช่องปากเชิญถามได้ครับ Read 8068 times

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

  
ผมหมออ้อดครับ เป็นทันตแพทย์ทำงานเอกชนครับ
ยินดีที่จะช่วยตอบปัญหาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่มีปัญหาเกี่ยวกัยสุขภาพภายในช่องปาก
หากใครมีข้อสงสัยอะไรก็เชิญถามได้นะครับ
ยินดีตอบเสมอครับ :icon_biggrin:

Offline Marcus

  • Exclusive
  • Full Member
  • *
  • Posts: 243
ผมหมออ้อดครับ เป็นทันตแพทย์ทำงานเอกชนครับ
ยินดีที่จะช่วยตอบปัญหาให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่มีปัญหาเกี่ยวกัยสุขภาพภายในช่องปาก
หากใครมีข้อสงสัยอะไรก็เชิญถามได้นะครับ
ยินดีตอบเสมอครับ :icon_biggrin:

เป็นพระคุณอย่างยิ่งเลยครับคุณพี่หมอ :icon_biggrin:
ขออนุญาตย้ายไปอยู่ในห้อง Health and Cusine นะครับ

มีคำถามแรกครับ ทำไมเวลาอมน้ำยาบ้วนปากไปสักพัก มันจะรู้สึกระคายเคืองในช่องปาก คุณหมอมีวิธีแนะนำการซื้อและการใช้น้ำยากบ้วนปาก ที่เราจะได้ประโยชน์สูงสุดอย่างไร

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
:2thumbsup:

« Last Edit: April 15, 2008, 01:19:52 AM by Marcus »

   ใจริงแล้วอยากจะบอกว่าในส่วนของน้ำยาบ้วนปากนั้น
ไม่ค่อยมีความจำเป็นมากในการทำความสะอาดในช่องปาก
เท่ากับการแปรงฟันหรอกครับ เพราะว่าเราไม่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์หรือขี้ฟันที่เกิดขึ้นและเกาะติดกับตัวฟันด้วยการบ้วนปากหรอกครับ
วิธีที่ดีที่สุดคือการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันครับ ส่วนน้ำยาบ้วนปากเป็นสิ่งเสริมความรู้สึกของเราเท่านั้นครับ
   แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ใช้นะครับ เพราะว่ายังมีน้ำยาบ้วนปากบางจะพวกที่มีสารฆ่าเชื้อและป้องกันการก่อตัวของคราบจุลินทรีย์ไม่ใช้เกาะติดกับฟันได้ น้ำยาบ้วนปากพวกนี้มีชื่อเรียกว่า Clohexidine Mouth Wash ครับแต่รสชาดแย่มาครับ ให้ใช้เช้าเย็นครับ อมไว้นานประมาณ 1 นาทีครับแล้วค่อยบ้วนทิ้ง
   ส่วนในกรณีที่คุณมาคัส ถามว่าทำไมอนน้ำยาบ้วนปากไปสักพักแล้วรู้สึกแสบในช่องปาก ขอตอบว่าเป็นเพราะในน้ำยาบ้วนปากที่มีขายส่วนใหญ่มักจะมีแอลกอฮอร์เป็นส่วนผสมสำหรับการฆ่าเชื้อโรคในช่องปากครับ จึงทำให้แสบได้ ซึ่งไม่ค่อยดีหรอกครับ(อันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากครับ) แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์จะดีกว่า (จริงๆแล้วไม่ต้องใช้หรอกครับเปลืองเงินครับ)
   ในกรณีที่อยากใช้แต่ไม่มีเงินซื้อ แนะนำว่าให้ใช้เกลือประมาณ 1/2 ช้อนชาผสมน้ำหนึ่งแก้ว (ประมาณ 200 cc.) ใช้อมบ้วนปากก็ได้ครับ
   แต่ทีสำคัญการแปรงฟันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ

Offline lingnoi

  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 325
ไปทักทายที่กระทู้แนะนำตัวแล้วครับ
แวะมาถามที่กระทู้นี้ละกันครับ  :icon_biggrin:
คือลิงน้อยยังไม่เคยจัดฟัน ถ้าจะจัดฟัน จำเป็นต้องถอนฟันมั๊ยครับพี่หมอ


++ มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย

ตอบน้องลิงน้อยนะครับ
   การจัดฟันเป็นการเรียงฟันที่มีอยู่ในช่องปากให้ชิดสนิทเป็นระเบียบ เพื่อแก้ไขการซ้อนเกหรือฟันห่าง

   ก่อนที่คนไข้จะรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน คนไข้จะต้องทำการรักษาเรื่องของโรคเหงือก(ขูดหินปูน) อุดฟันที่ผุ และในบางครั้งอาจจะต้องผ่าฟันคุดในเรียบร้อยก่อนครับ
   หลังจากเตรียมสภาพในช่องปากแล้วก็จะทำการ X-rays ฟันทั้งปาก และรูปกระโหลกและขากรรไกรด้านข้าง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาของคนไข้ รวมทั้งพิมพ์ปากเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ร่วมด้วย
   ส่วนที่น้องลิงน้อยถามว่าต้องถอนฟันหรือป่าวนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ในแต่ละคนครับ และก็เทคนิกการรักษาของทันตแพทย์ด้วยครับ ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะจัดฟันต้องถอนฟันเสมอครับ

   ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ถามได้นะครับ

Offline boo!

  • Full Member
  • *
  • Posts: 216
  • ร้อนจินๆ เล้ยยยยย
พี่หมอจายดีจังเยยนะก๊าบ  :wings: บู้จาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันน้า

พี่หมอจายดีจังเยยนะก๊าบ  :wings: บู้จาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันน้า
ดีครับจะได้ไม่ต้องเสียตังค์ไปรักษาฟันเยอะๆครับ
(ตอบแบบไม่อยากได้ตังค์เลยอิอิ)

Offline boo!

  • Full Member
  • *
  • Posts: 216
  • ร้อนจินๆ เล้ยยยยย
พี่หมอจายดีจังเยยนะก๊าบ  :wings: บู้จาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันน้า
ดีครับจะได้ไม่ต้องเสียตังค์ไปรักษาฟันเยอะๆครับ
(ตอบแบบไม่อยากได้ตังค์เลยอิอิ)

ตอบเร็วจังเยย ไม่ออกไปเล่นน้ำไหนเหรอก๊าบ

พี่หมอจายดีจังเยยนะก๊าบ  :wings: บู้จาแปรงฟันก่อนนอนทุกวันน้า
ดีครับจะได้ไม่ต้องเสียตังค์ไปรักษาฟันเยอะๆครับ
(ตอบแบบไม่อยากได้ตังค์เลยอิอิ)

ตอบเร็วจังเยย ไม่ออกไปเล่นน้ำไหนเหรอก๊าบ
เดี๋ยวออกไปซื้อของที่เจเจมอลล์ครับผม

Offline SAAT

  • Full Member
  • *
  • Posts: 236
 :2thumbsup: คุณหมออ๊อดมีบทความดีๆ ก็เอามาให้อ่านกันบ้างนะครับ ผมว่าคนไทยยังเข้าใจเรื่องปัญหาปากและฟันยังไม่ดีพอ ผมก็อีกคนอุดหมดทั้งปากละครับ ยังไม่หยุดผุอีก แปรงฟันก็แปรง ขัดฟันก็ขัด ไหงมันก็ยังผุ ผุไม่ผุเปล่ามันตามมาด้วยกลิ่นปากนะสิครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่านะครับ ถ้ายังไงคุณหมอว่างๆ ตอบก็ได้นะครับ

โชคดีปีใหม่ครับผม รวยๆ นะครับ

เดี๋ยวว่างๆหน่อยนะครับแล้วจะจัดให้ครับ

Offline Marcus

  • Exclusive
  • Full Member
  • *
  • Posts: 243
   ใจริงแล้วอยากจะบอกว่าในส่วนของน้ำยาบ้วนปากนั้น
ไม่ค่อยมีความจำเป็นมากในการทำความสะอาดในช่องปาก
เท่ากับการแปรงฟันหรอกครับ เพราะว่าเราไม่สามารถกำจัดคราบจุลินทรีย์หรือขี้ฟันที่เกิดขึ้นและเกาะติดกับตัวฟันด้วยการบ้วนปากหรอกครับ
วิธีที่ดีที่สุดคือการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันครับ ส่วนน้ำยาบ้วนปากเป็นสิ่งเสริมความรู้สึกของเราเท่านั้นครับ
   แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ใช้นะครับ เพราะว่ายังมีน้ำยาบ้วนปากบางจะพวกที่มีสารฆ่าเชื้อและป้องกันการก่อตัวของคราบจุลินทรีย์ไม่ใช้เกาะติดกับฟันได้ น้ำยาบ้วนปากพวกนี้มีชื่อเรียกว่า Clohexidine Mouth Wash ครับแต่รสชาดแย่มาครับ ให้ใช้เช้าเย็นครับ อมไว้นานประมาณ 1 นาทีครับแล้วค่อยบ้วนทิ้ง
   ส่วนในกรณีที่คุณมาคัส ถามว่าทำไมอนน้ำยาบ้วนปากไปสักพักแล้วรู้สึกแสบในช่องปาก ขอตอบว่าเป็นเพราะในน้ำยาบ้วนปากที่มีขายส่วนใหญ่มักจะมีแอลกอฮอร์เป็นส่วนผสมสำหรับการฆ่าเชื้อโรคในช่องปากครับ จึงทำให้แสบได้ ซึ่งไม่ค่อยดีหรอกครับ(อันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากครับ) แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์จะดีกว่า (จริงๆแล้วไม่ต้องใช้หรอกครับเปลืองเงินครับ)
   ในกรณีที่อยากใช้แต่ไม่มีเงินซื้อ แนะนำว่าให้ใช้เกลือประมาณ 1/2 ช้อนชาผสมน้ำหนึ่งแก้ว (ประมาณ 200 cc.) ใช้อมบ้วนปากก็ได้ครับ
   แต่ทีสำคัญการแปรงฟันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ

เหมือนที่คิดไว้เลยว่า ไอ้ น้ำยาบ้วนปาก จริงๆมันไม่น่าจะมีประโยช์เท่าไหร่
เพียงแต่แค่ช่วยให้ความรู้สึกปากหอมสดชื่นแค่ชั่วครู่

ตอนเด็กๆ เวลาร้อนในหรือมีแผลในช่องปาก แม่จะให้อมเกลือครับ
เป็นภูมิปัญญาโบราณ ที่ใช้ได้ผลตลอด

ขอบคุณพี่หมออ๊อดครับ
:2thumbsup:

Offline lingnoi

  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 325
ตอบน้องลิงน้อยนะครับ
   การจัดฟันเป็นการเรียงฟันที่มีอยู่ในช่องปากให้ชิดสนิทเป็นระเบียบ เพื่อแก้ไขการซ้อนเกหรือฟันห่าง

   ก่อนที่คนไข้จะรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน คนไข้จะต้องทำการรักษาเรื่องของโรคเหงือก(ขูดหินปูน) อุดฟันที่ผุ และในบางครั้งอาจจะต้องผ่าฟันคุดในเรียบร้อยก่อนครับ
   หลังจากเตรียมสภาพในช่องปากแล้วก็จะทำการ X-rays ฟันทั้งปาก และรูปกระโหลกและขากรรไกรด้านข้าง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาของคนไข้ รวมทั้งพิมพ์ปากเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ร่วมด้วย
   ส่วนที่น้องลิงน้อยถามว่าต้องถอนฟันหรือป่าวนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ในแต่ละคนครับ และก็เทคนิกการรักษาของทันตแพทย์ด้วยครับ ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะจัดฟันต้องถอนฟันเสมอครับ

   ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ถามได้นะครับ

ลิงน้อยถอนฟันคุด ทั้งบน ล่างละครับ ขอบคุณพี่หมอครับ


++ มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย

Offline SAAT

  • Full Member
  • *
  • Posts: 236
เดี๋ยวว่างๆหน่อยนะครับแล้วจะจัดให้ครับ

:idea2: ขอบคุณล่วงหน้าครับผม 

:2thumbsup: คุณหมออ๊อดมีบทความดีๆ ก็เอามาให้อ่านกันบ้างนะครับ ผมว่าคนไทยยังเข้าใจเรื่องปัญหาปากและฟันยังไม่ดีพอ ผมก็อีกคนอุดหมดทั้งปากละครับ ยังไม่หยุดผุอีก แปรงฟันก็แปรง ขัดฟันก็ขัด ไหงมันก็ยังผุ ผุไม่ผุเปล่ามันตามมาด้วยกลิ่นปากนะสิครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่านะครับ ถ้ายังไงคุณหมอว่างๆ ตอบก็ได้นะครับ

โชคดีปีใหม่ครับผม รวยๆ นะครับ
มาตอบข้อสงสัยครับ
   เรื่องกลิ่นปากนะครับ
   กลิ่นปากก็คือกลิ่นของ ไฮโดรเจนซัลไฟด์(หรือก๊าซไข่เน่านั่นเองครับ) เกิดจากการที่แบคทีเรียหรือเชื้อโรคในช่องปากทำการย่อยเศษอาหารที่อยู่ในช่องปากแล้วปล่อยของเสียออกมาเป็นก๊าซไข่เน่าเลยทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ในช่องปากครับ
   จริงๆแล้วกลิ่นปากเกิดจากหลายสาเหตุครับ
   เก้าสิบกว่าเปอร็เซ็นต์เกิดจากสาเหตุในช่องปากครับ อันได้แก่ โรคเหงือกอักเสบ ฟันผุที่ลึกมากๆ(ส่วนใหญ่จะผุทะลุโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟันด้วยครับ) และเหงือกอักเสบรอบฟันคุดครับ ส่วนสาเหตุอื่นก็ได้แก่หวัด โพรงอากาศในช่องจมูกอักเสบ(sinusitis) ทอนซิลอักเสบ โรคกระเพาะ ท้องอืด เป็นต้นครับ
   สาเหตุในช่องปากนั้นจะว่ากันจริงๆก็คือเชื้อโรคที่เกาะตามฟันและที่ฝังตัวอยู่ในลิ้นด้วยครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขอันดับแรกๆก็คือการแปรงฟันและแปรงลิ้นด้วยครับ
   แต่ถ้ามีเหงือกอักเสบเยอะและมีหินปูนด้วย ก็ต้องมาให้ทันตแพทย์ขูดหินปูนให้ครับ
ส่วนในกรณีที่ฟันผุ ก็ต้องอุดให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่ฝังตัวของเชื้อโรคครับ
   หรือถ้ามีฟันคุดก็ควรจะเอาออกให้เรียบร้อย
   เท่านี้กลิ่นอันไม่พีงประสงค์ก็จะหมดไปจากช่องปากของเราแล้วครับ
ส่วนสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่จากช่องปากก็ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไปครับ

Offline Neung

  • Jr. Member
  • *
  • Posts: 72
พี่หมออ้อดครับ ถ้ารู้ตัวว่าเป็นฟันคุดเนี่ย ต้องรีบไปถอนด่วนเลยรึเปล่าครับ
มันเจ็บๆอ่ะ

Offline SAAT

  • Full Member
  • *
  • Posts: 236
:2thumbsup: คุณหมออ๊อดมีบทความดีๆ ก็เอามาให้อ่านกันบ้างนะครับ ผมว่าคนไทยยังเข้าใจเรื่องปัญหาปากและฟันยังไม่ดีพอ ผมก็อีกคนอุดหมดทั้งปากละครับ ยังไม่หยุดผุอีก แปรงฟันก็แปรง ขัดฟันก็ขัด ไหงมันก็ยังผุ ผุไม่ผุเปล่ามันตามมาด้วยกลิ่นปากนะสิครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่านะครับ ถ้ายังไงคุณหมอว่างๆ ตอบก็ได้นะครับ

โชคดีปีใหม่ครับผม รวยๆ นะครับ
มาตอบข้อสงสัยครับ
   เรื่องกลิ่นปากนะครับ
   กลิ่นปากก็คือกลิ่นของ ไฮโดรเจนซัลไฟด์(หรือก๊าซไข่เน่านั่นเองครับ) เกิดจากการที่แบคทีเรียหรือเชื้อโรคในช่องปากทำการย่อยเศษอาหารที่อยู่ในช่องปากแล้วปล่อยของเสียออกมาเป็นก๊าซไข่เน่าเลยทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ในช่องปากครับ
   จริงๆแล้วกลิ่นปากเกิดจากหลายสาเหตุครับ
   เก้าสิบกว่าเปอร็เซ็นต์เกิดจากสาเหตุในช่องปากครับ อันได้แก่ โรคเหงือกอักเสบ ฟันผุที่ลึกมากๆ(ส่วนใหญ่จะผุทะลุโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟันด้วยครับ) และเหงือกอักเสบรอบฟันคุดครับ ส่วนสาเหตุอื่นก็ได้แก่หวัด โพรงอากาศในช่องจมูกอักเสบ(sinusitis) ทอนซิลอักเสบ โรคกระเพาะ ท้องอืด เป็นต้นครับ
   สาเหตุในช่องปากนั้นจะว่ากันจริงๆก็คือเชื้อโรคที่เกาะตามฟันและที่ฝังตัวอยู่ในลิ้นด้วยครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขอันดับแรกๆก็คือการแปรงฟันและแปรงลิ้นด้วยครับ
   แต่ถ้ามีเหงือกอักเสบเยอะและมีหินปูนด้วย ก็ต้องมาให้ทันตแพทย์ขูดหินปูนให้ครับ
ส่วนในกรณีที่ฟันผุ ก็ต้องอุดให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่ฝังตัวของเชื้อโรคครับ
   หรือถ้ามีฟันคุดก็ควรจะเอาออกให้เรียบร้อย
   เท่านี้กลิ่นอันไม่พีงประสงค์ก็จะหมดไปจากช่องปากของเราแล้วครับ
ส่วนสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่จากช่องปากก็ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไปครับ

ขอบคุณมากครับพี่หมอ ผมขออนุญาติหมออ๊อด copy ไว้ที่กระทู้ใหม่นะครับเผื่อคนอื่นเข้ามาอ่านจะได้อ่านได้สะดวกๆ เดี๋ยวผมจะบอกว่าโดยหมออ๊อดนะครับ คงไม่ว่าผมนะครับ  :icon_3nodding:
« Last Edit: April 17, 2008, 09:27:45 PM by SAAT »

พี่หมออ้อดครับ ถ้ารู้ตัวว่าเป็นฟันคุดเนี่ย ต้องรีบไปถอนด่วนเลยรึเปล่าครับ
มันเจ็บๆอ่ะ
ควรจะเอาออกให้เร็วครับ
ไม่งั้นปัญหาที่ตามมามีอีกเยอะครับ
เอาไว้จะตั้งเป็นกระทู้ใหม่ให้อ่านกันนะครับ

Offline Neung

  • Jr. Member
  • *
  • Posts: 72
ขอบคุณค้าบ
จะรีบไปเอาออกเลย  :icon_domokun:

Offline SAAT

  • Full Member
  • *
  • Posts: 236
พี่หมอครับ อยากรบรวบถึงปัญหาเหงือกร่นนะครับ ตอนแรกผมนึกว่าเป็นกับคนแก่เท่านั้น แต่นี่ดันมาเกิดกับผมซะเอง เค้าบอกว่าเหงือกผมร่นจากการแปรงฟัน เลยทำให้เสียวฟัน แล้วไอ้เหงืกร่นไม่มีทางรักษาจริงหรือเปล่าครับ รบกวนพี่หมออีกแล้วนะครับ