Mobile Connex

QR code

* Search




Recent Posts



Topic: เกย์ในโลกมุสลิม Read 10375 times

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline monarch

  • Guru
  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 343
เกย์ในโลกมุสลิม
« on: June 17, 2008, 08:20:23 AM »
  




หลายคนคงทราบดีอยู่ แล้วว่าศาสนาอิสลามถือว่าพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นบาป และเนื่องจากกฎหมายของประเทศมุสลิมมีพื้นฐานมาจากกฎหมายศาสนา ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากฎหมายประเทศมุสลิมมักจะมีบทลงโทษสำหรับกลุ่มคนรักเพศ เดียวกัน ในเมื่อมีกฎหมายควบคุมแล้ว ถามว่ายังีพฤติกรรมดังกล่าวอยู่อีกหรือ คำตอบคือมีครับ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีมานานนม มีในทุกสังคม มีในทุกชนชั้น ดังนั้นเราจะมาดูว่ากฎหมายในแต่ละประเทศเขาว่าอย่างไร และในความเป็นจริงของสังคมมันเป็นอย่างไร

 

เซเนกัล (Senegal)

ว่ากันตามกฎหมาย: ติดคุก ๑ – ๕ ปี ปรับเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ – ๑.๕ ล้านฟรังค์ โทษขั้นสูงสุดจะถูกนำมาใช้ถ้าคู่ขาคนใดคนหนึ่งอายุต่ำกว่า ๒๑

ว่ากันตามความเป็นจริง: การปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมหย่อนยานกว่าประเทศมุสลิมอื่น (การค้าประเวณีถูกกฎหมาย และเครื่องแต่งกายพื้นเมืองก็เผยเนื้อหนังมังสามากกว่า) ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสแห่งนี้ กลุ่ม GLBT*เคยร่วมกันตั้งองค์กรผู้รักเพศเดียวกันขึ้นมา แต่ต่อมาก็ถูกรัฐบาลปิดไป

*GLBT = Gay, Lesbian, Bisexual, and Transgender

 


ตูนีเซีย (Tunisia)

ว่ากันตามกฎหมาย: พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีโทษจำคุกสามปี

ว่ากันตามความเป็นจริง: แม้จะถูกตำรวจและทางราชการตามรังควาญอยู่บ้าง แต่ก็มีชายขายเซ็กส์ (Male Sex Worker) อยู่ตามถนนในเมืองตูนิส ซึ่งเป็นเมืองหลวง มีตัวละครที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน*ปรากฏตัวในภาพยนตร์ภายในประเทศ เช่น เรื่อง Satin Rouge ในปี ๒๐๐๒ จนกลายเป็นหัวข้อถกเถียงไปทั่วประเทศ สามารถพบเจอเกย์ชาวฝรั่งเศสอยู่ทั่วไปในเมืองตูนิส และตามชายหาด

*ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ครับ เลยไม่รู้ว่าตัวละครในเรื่องเป็นGLBT อย่างไหน ภาษาอังกฤษใช้คำว่า gay character ผมจึงแปลกลาง ๆ ว่า “ตัวละครที่มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน”

 


โมรอกโค (Morocco)

ว่ากันตามกฎหมาย: มีโทษจำคุกถึงสามปี และเสียค่าปรับ โทษฐาน “กระทำการลามกกับเพศเดียวกันและมีพฤติกรรมผิดธรรมชาติ”

ว่ากันตามความเป็นจริง: การดำเนินการต่อต้านเกย์เพิ่มมากขึ้นในช่วนสองสามปีที่ผ่านมา แต่ในเมืองใหญ่อย่าง Marrakech Tangier และ Essaouirah กลับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมในหมู่เกย์ (โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส) และมีโสเภณีชายอยู่ทั่วไป มีรายงานว่ากษัตริย์องค์ปัจจุบัน โมฮัมเม็ดที่ ๖ (Mohammed VI) ถูกพบในบาร์เกย์ของสไตล์ยุโรปหลายแห่งก่อนได้รับราชสมบัติ

จตุรัสในเมืองมาราเคช...สวยดี

 


จอร์แดน (Jordan)

ว่ากันตามกฎหมาย: ไม่มีข้อห้ามพฤติกรรมรักเพศเดียวกันตามกฎหมาย แต่คนที่เป็น GLBT จะถูกลี้ภัย*ไปยังประเทศอื่น

ว่ากันตามความเป็นจริง: ใน บรรดาประเทศมุสลิม จอร์แดนถือว่าเป็นประเทศที่ใจกว้างกับกลุ่มคนรักเพศเดียวกันมากที่สุด ประเทศหนึ่ง คาเฟ่และที่สถานที่ชุมนุมของชาวเกย์มีอยู่ทั่วไปในกรุงอัมมาน (Amman) ซึ่งเป็นเมืองหลวง

*ขออภัยอย่างรุนแรง asylum แปลได้ว่า ที่ลี้ภัยด้วย ไม่ใช่โรงพยาบาลบ้าอย่างเดียว ตอนแรกแปลว่าโรงพยาบาลบ้าเฉยเลย ...อ๊ายอาย

 


อียิปต์ (Egypt)

ว่ากันตามกฎหมาย: ในทางเทคนิครักเพศเดียวกันไม่ผิดกฎหมาย แต่กลับถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดในข้อหาลุ่มหลงในโลกียวิสัย ภายใต้การนำของประธานาธิบดี Hosni Mubarak รัฐบาลก็เริ่มดำเนินการต่อต้านเกย์ การจับกุมครั้งใหญ่เรียกว่า “Cairo 52”* เกิดขึ้นบนเรือจัดงานเลี้ยงสำหรับเกย์ที่จอดอยู่ริมแม่น้ำไนล์ ในปี ๒๐๐๑ เป็นตัวอย่างที่โด่งดังที่สุด ๒๓ คนจาก ๕๒ คนที่ถูกจับกุม ติดคุกตั้งแต่หนึ่งถึงห้าปี บางส่วนที่หลบหนีไปได้ก็ถูกเนรเทศออกจากประเทศไปเลย ในปี ๒๐๐๔ เด็กหนุ่มวัย ๑๗ ปี ถูกพิพากษาให้จำคุก ๑๗ ปีในหลายข้อหาที่พัวพันกับการลงประวัติของตนในเว็บไซต์หาคู่สำหรับเกย์ ...ซวยมากเลยน้องเอ๋ย พี่ล่ะเศร้าใจแทนจริง ๆ....

ว่ากันตามความเป็นจริง: อียิปต์เป็นศูนย์กลางแห่งสื่อในโลกมุสลิม ดังนั้นตัวละครเกย์จึงหาทางปรากฏตัวในนิยาย หรือแผ่นฟิล์มในประเทศได้ไม่ยาก อย่างน้อยก็ภายในสังคมกรุงไคโร การออกล่าหนุ่ม ๆ มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในเขตที่นักท่องเที่ยวเยอะ และสถานที่ชุมชุมชาวเกย์ในเขตเมืองหลวงก็ยังมีอยู่

*คดี Cairo 52 หาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวิกิพีเดียนะครับ มีรายละเอียดต่างกันเยอะเลย http://en.wikipedia.org/wiki/Cairo_52

 


ซาอุดิอาระเบีย (Saudi Arabia)

ว่ากันตามกฎหมาย: ชารีอะฮฺ หรือกฎหมายอิสลาม เป็นกฎหมายประจำชาติ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันมีบทลงโทษถึงตาย (โดยการปาหินใส่ แต่ก็มีบางรายงานกล่าวถึงการตัดหัวด้วย) เฆี่ยน ๑๐๐ ที* หรือจำคุก

ว่ากันตามความเป็นจริง: แม้ว่าจะเป็นประเทศหัวอนุรักษ์นิยมที่สุดในโลกมุสลิม แต่การแบ่งแยกเพศชาย-หญิงอย่างเข้มงวด** และจำนวนผู้อพยพออกนอกประเทศจำนวนมากที่เป็นชายโสด แสดงให้เห็นถึงการจำยอมต่อพฤติกรรมรักเพศเดียวกันได้ในหลายระดับ การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันอย่างเงียบ ๆ และงานเลี้ยงแบบเถิดเทิงสุดเหวี่ยงไม่ใช่เรื่องผิดปกติในกรุงริยาด (Riyadh) และเมืองอื่น ๆ

*ล่าสุดเมื่อตุลาคม ๒๐๐๗ เด็กหนุ่มสองคนถูกเฆี่ยน ๗,๐๐๐ ครั้งลองค้นคำว่า “7000 lashes” ดูถ้าอยากอ่านรายละเอียด

**การ แบ่งแยกชาย-หญิงอย่างเข้มงวดทำให้เกิดพฤติกรรมรักเพศเดียวกันได้ เนื่องจากเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ชายหนุ่มยอมต้องหาที่ระบายอารมณ์ทางเพศ แต่การแยกชายหญิงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้หญิงได้นอกจากจะแต่งงานเป็น เรื่องเป็นราวไป ชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์จึงต้องหันมา “เล่นเพื่อน” หรือบางทีก็โดน “เพื่อนเล่น” หรือบางกรณีอาจจะเป็นชายหนุ่มอยากจะ “เล่นเพื่อน” ก็เลยต้องให้ “เพื่อนเล่น” เสียก่อนเป็นการแลกเปลี่ยนกัน คำอธิบายนี้คล้ายกับคำอธิบายเรื่องรักเพศเดียวกันในสมัยกรีก(ที่ดูมาจากสารคดี) ชายกรีกมีค่านิยมแต่งงานกับสาวพรหมจรรย์ แต่สาว ๆ กรีกจะรักษาพรหมจรรย์ไว้จนถึงวันแต่งฯ ได้ก็ต่อเมื่อ หนุ่มกรีกหันไป “เล่นเพื่อน” ไปพลาง ๆ ก่อน

 


อิรัก (Iraq)

ว่ากันตามกฎหมาย: ความโกลาหลในอิรัก ภายใต้การควบคุมของอเมริกาทำให้นโยบายราชการต่าง ๆ ไม่มีความชัดเจน ช่วงก่อนสงครามพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นที่อนุมัติในผู้ใหญ่ แต่หลังจากการล้มล้างอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน พฤติกรรมรักเพศเดียวกันกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายจนกระทั่งปัจจุบัน

ว่ากันตามความเป็นจริง: กลุ่มล่าสังหาร(Death Squad)*มุ่งเป้าไปที่เกย์และเลสเบี้ยน แต่มีเซฟเฮ้าส์ (Safe Houses) สำหรับเกย์และเลสเบี้ยนที่ต้องการสถานที่ลี้ภัย การออกล่าหนุ่มและนัดเดทกันทางอินเตอร์เน็ตในแถบเคอร์ดิสถาน (Kurdistan) จะปลอดภัยกว่า (เคอร์ดิสถานเป็นเขตปกครองตนเองพิเศษของอิรัก ใช้ธงคนละผืนด้วย น่าจะเป็นรัฐอิสระแบบหนึ่ง)

*Death Squad ดำเนินการทำลายล้างเกย์ภายใต้แคมเปญ “Sexual Cleansing” ถ้าเป็นเกย์ที่ดูภายนอกแมน ๆ จะไม่ค่อยน่าเป็นห่วง แต่ถ้าตุ้งติ้ง หรือแต่งตัวเนี้ยบเกินอาจเป็นอันตรายได้ กลวิธีของกลุ่มนี้มีตั้งแต่การทำร้ายผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเกย์ตามถนน ไปจนถึงเข้าหาเกย์โดยแสร้งว่าตัวเองก็เป็นเกย์เหมือนกัน สุดท้ายพอเหยื่อแสดงตัวก็จัดการซะ

การฆ่าของ Death Squad ดังกล่าวมาจากแนวคิดผิด ๆ ว่า พฤติกรรมรักเพศเดียวกัน เป็นพฤติกรรมที่รับมาจากตะวันตก (โลกมุสลิมต่อต้านแนวคิดตะวันตกมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) และเป็นการชักนำมาโดยไชตอน(ซาตาน) แต่อันที่จริงตามวรรณคดีเก่า ๆ ของโลกอาหรับก็มีพฤติกรรมเหล่านี้ปรากฏมาตลอด แนวคิดที่ว่ารับมาจากตะวันตกจึงเป็นความเข้าใจผิด และเนื่องจากความโกลาหลหลังสงคราม Death Squad จึงฉวยโอกาสตั้งศาลเตี้ยได้ง่าย เพราะระบบกฎหมาย นโยบายการเมืองต่าง ๆ อย่างไม่เข้าที่เข้าทางดี

คราวหน้ามาต่อกับภาค ๒: ตุรกี อัฟกานิสถาน มาเลเซีย อินโดนิเซีย อิหร่าน ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรต

 
Source: Advocate Fall 2007 Out traveler spp. p.44
แปลโดย: pisces

Offline Mr.Fitness

  • Full Member
  • *
  • Posts: 199
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #1 on: June 17, 2008, 07:52:39 PM »
ถ้าเกิดเป็นเกย์มุสลิมนี้แย่เลย ต้องลี้ภัยแหงๆ เมืองไทยเป็นที่แหล่งมาเลย

จริงๆแขกขาวหล่อๆก็เซ็กซี่ดีนะ  บริษัทผมมีอยู่คนเป็นชาวอียิปต์หล่อดี ไม่รู้ว่าเกย์หรือเปล่า 

ที่คอนโดก็มีออกแขกๆน่าจะเป็นตุรกี กรีซ หรืออิสราเอลนี้หล่อดี แต่ไม่ใช่เกย์ แต่ชอบมองเขาอะ

Offline hamster

  • Exclusive
  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 436
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #2 on: June 17, 2008, 08:33:59 PM »
พวกเราอยู่เมืองไทยถือว่าโชคดีมากอะ เห็นด้วยมุสลิมหล่อๆก็เยอะ
เคยเจอยู๋คน เป็นฝรั่งแถบยุโรปผสมตุรกี อย่างหล่อ แต่เจ้าชู้มากๆ ไม่ไหว
:thinking2:

Offline Neung

  • Jr. Member
  • *
  • Posts: 72
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #3 on: June 20, 2008, 10:37:00 AM »
อืม เคร่งครัดมากเลยครับ อย่างนี้ยิ่งทวีแรงกดดันทางเพศ

ปัญหาก็จะตามมาอย่างไม่หยุดหย่อน

Offline iWalk

  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 278
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #4 on: June 20, 2008, 11:12:36 AM »
น่าอึดอัดแทนนะครับ กฏเค้าเยอะมาก เครียดแทนเลย ดีใจที่ได้เป็นคนไทย

Offline monarch

  • Guru
  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 343
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #5 on: June 22, 2008, 09:21:04 PM »
ไว้เราจะเอารูปหนุ่มๆมุสลิมมาฝาก อ่านคอนเทนท์ไปกันก่อนครับพี่น้อง

ตุรกี (Turkey)

ว่ากันตามกฎหมาย: ไม่มีกฎหมายต่อต้านพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน เพราะตุรกีเป็นประเทศมุสลิมที่มีระบบการปกครองที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา
(Secular Government) และมีเสรีภาพมากที่สุดในบรรดาประเทศมุสลิม

ว่ากันตามความเป็นจริง: พฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นที่ยอมรับในประเทศมานานแล้ว ซึ่งทำให้การท่องเที่ยวของกลุ่มเกย์จากยุโรปกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานในเมืองอิสตันบูล
(Istunbul) และเมืองบ้านพักตากอากาศริมทะเลอย่าง เมืองโบดรัม (Bodrum) ความฝันอยากจะเป็นประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปผลักดันให้สร้างเสรีภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันพวกหัวอนุรักษ์เคร่งศาสนาก็กำลังเพิ่มฐานอำนาจในสังคม

 

อัฟกานิสถาน (Afganistan)

ว่ากันตามกฎหมาย: "จำคุกระยะยาว" ตามกฎหมายแพ่ง แต่ก่อนหน้านี้ภายใต้การปกครอง
ของกลุ่มตาลีบัน มีการนำชารีอะฮฺ (หรือกฎหมายอิสลาม) มาใช้ โดยกำหนดโทษประหารแก่
ผู้มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการพังกำแพงลงมาทับผู้ต้องหาให้ตายด้วย

ว่ากันตามความเป็นจริง: พฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นที่ยอมรับในประเทศนี้มานานแล้วโดย
เฉพาะในเขตชนเผ่าเพชตุน (Pashtun) ทางตอนใต้ เมืองกันดาฮาร์ (Kandahar) มีชื่อเสียง
ด้านพฤติกรรมรักเพศเดียวกันมานานแล้ว นอกจากนี้ทางตอนเหนือของประเทศก็ยังมีชื่อเรื่อง
นักเต้นระบำชาย* ที่เป็นโสเภณีไปในตัวอีกด้วย

* ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า bacha bereesh หรือเด็กหนุ่มผู้ไร้หนวดเครา
เด็กพวกนี้จะแต่งหญิงเต้นรำในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน และอาจจะเลยเถิดไปถึง
การเสียตัวให้แก่ "ผู้อุปถัมภ์" ของตนอีกด้วย

 

มาเลเซีย (Malaysia)

ว่ากันตามกฎหมาย: โทษอาญาระดับประเทศคือจำคุกยี่สิบปีและเฆี่ยนโทษฐานมีเพศสัมพันธ์
ทางประตูหลัง (ดังนั้นเลสเบี้ยนจึงดูเหมือนจะไม่ติดร่างแหไปด้วย) แต่ในระดับท้องถิ่น
มีการใช้ชารีอะฮฺ ทั้งเกย์และเลสเบี้ยนต้องถูกจำคุกสามปี ถูกเฆี่ยน และต้องจ่ายค่าปรับ
ในทศวรรษที่ ๙๐ มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นเมื่อนาย อันวา อิบรอฮิม รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี
ถูกพิพากษาให้จำคุก ๙ ปี ฐานมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลัง แต่หลังจากรับโทษไปได้ ๔ ปี
ข้อกล่าวหาก็ถูกยกเลิก

ว่ากันตามความเป็นจริง: เกย์และเลสเบี้ยถูกตามรังควานจากรัฐบาลที่ใจแคบมากขึ้นเรื่อย ๆ
เช่น การปรามปรามสถานที่ชุมนุมเกย์อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามฉากชีวิตชาวเกย์และเลสเบี้ยน
ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ กำลังเติบโตเป็นอย่างมาก ในผับ บาร์ และซาวน่า อุตสาหกรรมที่ไฮเทค
ส่งผลให้เกิดเกย์ที่แสดงตัวให้เห็นเพียงครึ่งเดียว*ในกลุ่มชนชั้นกลาง

* งงมั้ยครับ มันมาจาก semi-visible gay ไม่รู้จะแปลว่ายังไง แต่น่าจะเป็น
พวกมีชีวิตสองด้านนะครับ ด้านหนึ่งทำงานและใช้ชีวิตตามครรลองศาสนา
อีกด้านก็สุดเหวี่ยงกับชีวิตเกย์ ๆ

 

อิหร่าน (Iran)

ว่ากันตามกฎหมาย: ถ้าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันได้รับการพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริง กฎหมายชารีอะฮฺระบุโทษไว้ว่า เกย์ต้องโทษประหาร เลสเบี้ยนถูกโบยร้อยครั้ง (และจะถูกประหารถ้าต้องโทษนี้เป็นครั้งที่สี่) องค์กรสิทธิมนุษยชนทำสารคดีเรื่องการประหารชีวิต รวมทั้งคดีที่เด็กหนุ่มสองคนถูกแขวนคอ*ในปี ๒๐๐๕ ผู้พิพากษากำหนดให้มีการทรมาน และจำคุกด้วย ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ ๒๐๐๗ มีการปราบปราม “พฤติกรรมไร้ศีลธรรม” อย่างรุนแรงรวมทั้ง การจับกุมข้อหาแต่งกายผิดเพศของตนด้วย (โดยถือว่าเป็นลักษณะพฤติกรรมของเกย์และเลสเบี้ยน)

ว่ากันตามความเป็นจริง: เกย์ชาวอิหร่านจำนวนมากกำลังหาที่ลี้ภัยเพื่อหนีจากการทรมานและการจำคุกในประเทศ แม้ขบวนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเกย์อิหร่านจะถูกปราบปราม แต่พวกเขาก็ยังเดินหน้าดำเนินการเป็นขบวนการใต้ดินในกรุงเตหะราน โดยมีการประชุมลับและออกหนังสือลับ ๆ ผู้นำการต่อสู้เพื่อเกย์ชาวอิหร่านบางคนถูกเนรเทศไปแล้ว

* คดีเด็กหนุ่มถูกแขวนคนนั่น จำได้ว่าเห็นครั้งแรกในฟอร์เวิร์ดเมล เศร้าใจจริง ๆ



ปากีสถาน (Pakistan)

ว่ากันตามกฎหมาย: ภายใต้กฎหมายชารีอะฮฺที่ถูกนำมาใช้ใหม่ในปี ๑๙๙๐ พฤติกรรมรักเพศเดียวกันต้องถูกลงโทษโดยการปาก้อนหินใส่จนตาย (แทบจะไม่เคยบังคับใช้จริง) หรือเฆี่ยนร้อยครั้ง และภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งในปี ๑๘๖๐ กล่าวว่า “ความสุขทางเพศที่ละเมิดกฎธรรมชาติ” จะต้องถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต

ว่ากันตามความเป็นจริง: การ ให้สินบน การข่มขู่ การแบล็คเมล* และการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นในบางครั้ง อย่างไรก็ตามการแบ่งแยกชาย-หญิงชัดเจนก็แสดงถึงการยอมรับสภาพการมีพฤติกรรม รักเพศเดียวกันไปในตัว** หนำซ้ำประเทศนี้ยังมีพิธีกรรายการทีวีชื่อดังเป็นกะเทยแต่งหญิงนามว่า Begum Nawazis Ali ด้วยนะจ๊ะ

* ทำนองว่า “ฉันรู้นะว่าแกเป็นเกย์ จ่ายฉันมา ไม่งั้นฉันจะแจ้งจับแก”

** อธิบายไปแล้วในเรื่องของประเทศซาอุฯ ว่าทำไมการแบ่งชาย-หญิงจึงทำให้เกิดพฤติกรรมนี้


 
อินโดนีเซีย (Indonesia)

ว่ากันตามกฎหมาย: ยังไม่มีกฎหมายต่อต้านเกย์ระดับชาติ แต่ในบางเมืองบางจังหวัดมีกฎหมายชารีอะฮฺบังคับใช้

ว่ากันตามความเป็นจริง: บาหลีเป็นเขตชาวพุทธและเมืองท่องเที่ยว จึงเป็นส่วนที่มีเสรีภาพมากกว่าส่วนอื่นของประเทศ มีชาวต่างชาติที่เป็น GLBT เข้ามาพักอาศัยตลอดทั้งปี โดยจำนวนมากมาจากเจ้าอาณานิคมเก่าอย่างฮอลแลนด์



สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates)

ว่ากันตามกฎหมาย: กฎหมายของสหพันธรัฐระบุโทษประหาร (แทบไม่เคยบังคับใช้) ในขณะที่กฎหมายเขตปกครองเอมิเรต (อย่างใน ดูไบ) ระบุโทษจำคุกสูงสุด ๑๔ ปี อัยการจะเป็นคนเลือกว่าจะใช้กฎหมายสหพันธรัฐ หรือกฎหมายเขตปกครองเอมิเรต หรือกฎหมายชารีอะฮฺ ยังไม่ชัดเจนว่ากฎหมายห้ามรักเพศเดียวกัน ครอบคลุมถึงเลสเบี้ยนด้วยหรือเปล่า* ในปี ๒๐๐๖ ชาย ๑๑ คนถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาห้าปี ด้วยข้อหาเข้าร่วมงานแต่งฯเกย์

ว่ากันตามความเป็นจริง: นักท่องเที่ยวเกย์ได้รับการปฏิบัติต่างออกไป เมืองอบูดาบี และดูไบเปลี่ยนโฉมเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว แน่นอนว่าต้องมีกลุ่มเกย์เข้ามาด้วย อันที่จริงแล้วในดูไบมีทั้งคลับเกย์ และชายหาดเกย์ นอกจากนี้สายการบินเอมิเรตส์ยังเข้าร่วมงาน Gay Life Travel Expo อีกด้วย

* ใช้คำว่า “Sodomy” อ้างถึงเมืองโซดอมในพระคัมภีร์ (ทั้งยิว คริสต์ และอิสลามมีเรื่องการทำลายเมือง Sodom) ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมชายรักชายอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงไม่ไม่แน่ชัดว่ากฎหมายครอบคลุมไปถึงเลสเบี้ยนด้วยหรือเปล่า

Source: Advocate Fall 2007 Out traveler spp. p.44
Credit: pisces
« Last Edit: June 22, 2008, 09:30:22 PM by monarch »

Offline McMacro

  • VIP Member
  • *
  • Posts: 1,591
  • Te Quiero Tanto Tanto
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #6 on: June 23, 2008, 07:59:13 PM »
น่าฉงฉานฮะ
I've never pretend to be something I'm not.

U get what you see when you've seen what I've got.

Offline MasterYoda

  • Jr. Member
  • *
  • Posts: 64
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #7 on: July 23, 2008, 05:16:05 PM »
ว้าวๆๆๆๆๆๆ
ข้อมูลชั้นดีในการหาผัวแขก อิอิอิอิอิ
จะได้รู้ว่าควรกินที่ไหน ไม่ควรกินที่ไหน อิอิอิอิ


เจริญพร

Offline CONNEX

  • Administrator
  • VIP Member
  • *
  • Posts: 1,131
  • gconnex - good to share
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #8 on: August 05, 2008, 11:10:04 PM »
มีภาพที่น่าหดหู่ใจมาฝากครับเป็นการประหารชีวิต 2 เกย์หนุ่มที่อิหร่านครับ โชคดีแล้วนะครับที่เราเกิดมาเป็นคนไทย


The Iranian government executed a gay man Nov 14, at Kermanshah in western Iran. The man, identified as Shahab Darvishi had been hanged in the city for corruption, assault and “lavat” the Iranian word for sodomy. lukas.pridedepot.com

The two teenagers shown here were executed after a religious court found them guilty of homosexuality on July 19, 2005, in Mashhad. Under the Iranian penal code, girls as young as nine and boys as young as 15 can be hanged.

Offline lepetitprince

  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 284
  • Rabbit in wonderland
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #9 on: August 06, 2008, 04:13:08 AM »
- - จริงๆพ่อผมเป็นอิสลาม แต่ผมแอบนับถือพุทธ แหะๆ

สงสารเกย์ที่เกิดมาในประเทศอิสลามที่เคร่งๆจัง



ป.ล. R.I.P. ให้กับทั้งสองคนนั้นในภาพด้วยฮะ

Offline lingnoi

  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 325
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #10 on: August 06, 2008, 09:50:36 AM »
สะเทือนใจ ลิงน้อยจาร้องไห้  :icon_crying: สงสาร 2 คนนั้นจัง


++ มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย

Offline T0257

  • Jr. Member
  • *
  • Posts: 92
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #11 on: December 03, 2008, 02:21:43 PM »
T0257

สงสาร...สงสารเพื่อนๆพี่ๆ.... สงสารตัวเอง...
ทำไงได้เราเลือกเกิดไม่ได้นี่หน้า
เจ้ากรรมนายเวรปล่อยผมที........

Offline zekan

  • Newbie
  • *
  • Posts: 33
    • พระเครื่อง
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #12 on: November 25, 2009, 07:18:24 AM »
ขอบคุณครับ
เขียนแบบบ้าน <<< รับเขียนแบบบ้าน แบบขออนุญาตก่อสร้าง แบบเพื่อยื่นขอกู้ก่อสร้างกับธนาคาร ประมาณราคาก่อสร้าง คำนวณโครงสร้าง จัดหาผู้รับเหมา

Offline kob201

  • Newbie
  • *
  • Posts: 8
Re: เกย์ในโลกมุสลิม
« Reply #13 on: January 30, 2012, 05:18:24 PM »
โหดร้ายมาก ถึงมากที่สุดเลยครับ

น่ากลัวมากๆ เลย